เอกสารคู่มือต้นฉบับ (PDF)
เปิดไฟล์แบบเต็มหน้าจอแนวทางการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานของนิสิตแพทย์
1. ระยะเวลาการเรียน
นิสิตแพทย์จะเข้าศึกษาในรายวิชานี้ในรูปแบบ rotation โดยแต่ละ rotation มีระยะเวลา 2 สัปดาห์
2. การแบ่งกลุ่มนิสิตแพทย์
นิสิตแพทย์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย เพื่อหมุนเวียนการฝึกปฏิบัติงาน โดยสลับการ round กับแพทย์ประจำบ้าน ระหว่างสาย A และสาย B สายละ 1 สัปดาห์
| สาย A | สาย B | |
|---|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | นสพ. No. 1-6 | นสพ. No. 7-12 |
| สัปดาห์ที่ 2 | นสพ. No. 7-12 | นสพ. No. 1-6 |
3. การแบ่งกลุ่มปฏิบัติงาน
นิสิตจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ OPD 2 กลุ่ม และ OR 1 กลุ่ม โดยหมุนเวียนกันในแต่ละวัน ยกเว้นวันแรกของสัปดาห์ที่ 1 ให้นิสิตทุกคนขึ้นเรียน OPD
4. รูปแบบการจัดการเรียนการสอน
4.1. นิสิตแพทย์จะเข้าร่วมการเรียนการสอนตามตารางที่กำหนด โดยมีรูปแบบดังต่อไปนี้
- Lecture: อาจารย์เป็นผู้บรรยายเนื้อหา
- Interactive lecture: นิสิตแพทย์เข้าฟังการบรรยายร่วมกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามกับอาจารย์
- สำหรับหัวข้อ Introduction to Otolaryngology นิสิตแพทย์ต้องศึกษาวิดีโอการตรวจร่างกายทางโสต ศอ นาสิกวิทยาในระบบ MEDuMore ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความเข้าใจและสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Question and Answer (Q&A): นิสิตแพทย์ต้องศึกษาบทเรียนที่บันทึกไว้ล่วงหน้า (Recorded lecture) ที่อยู่ในหัวข้อ 4.3 และนำข้อสงสัยมาอภิปรายกับอาจารย์ในชั้นเรียน
4.2. การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะดำเนินการแบบ onsite ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ ชั้น 17 อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ onsite ได้ จะดำเนินการในรูปแบบ online ผ่านโปรแกรม Zoom แบบ real time หรือผ่านระบบ MEDuMore โดยเจ้าหน้าที่จะจัดส่งลิงก์ให้ล่วงหน้า
4.3. นิสิตสามารถศึกษาบทเรียนเพิ่มเติมผ่านระบบ MEDuMore ของคณะแพทยศาสตร์ เพื่อทบทวนและเสริมความรู้ได้ตามความเหมาะสม (https://www.medumore.org/course/Otolaryngology) โดยเลือกภาควิชา → โสต ศอ นาสิกวิทยา → Otolaryngology for medical students the series
5. Teaching round กับอาจารย์
- 5.1. นิสิตแพทย์จะเข้าร่วม teaching round ที่หอผู้ป่วยภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 15 โซน A เวลา 08.00–09.00 น. ในสัปดาห์ที่ 2
- 5.2. ผู้ป่วยที่ใช้ในการเรียนการสอนต้องเป็นผู้ป่วยที่ยังคง admit อยู่ในขณะทำการสอน หากผู้ป่วย discharge แล้วนิสิตต้องเตรียมเคสใหม่ทดแทน
- 5.3. นิสิตควรหมุนเวียนกันเป็นผู้นำเสนอเคส และทุกคนควรมีโอกาสเป็นผู้นำเสนอ
- 5.4. อาจารย์ผู้มีหน้าที่สอน teaching round ทางภาควิชาฯ จะจัดลำดับอาจารย์และแจ้งแก่นิสิตทราบ
- 5.5. นิสิตจะต้องอยู่ประจำวอร์ดและเตรียมความพร้อม ก่อนอาจารย์มาถึง
- 5.6. นิสิตควรเตรียมเคสสำหรับการนำเสนอด้วยตนเอง ทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกาย (ภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำบ้าน) ห้ามมิให้นิสิตคัดลอกข้อมูลจากเวชระเบียน
- 5.7. เนื้อหาการเรียนรู้ประกอบด้วย การซักประวัติ การตรวจร่างกาย การนำเสนอเคส การวิเคราะห์ และแนวทางการดูแลผู้ป่วย
- 5.8. การมาสายหลังเวลา 08.00 น. จะถูกประเมินในแบบประเมิน CSA form B1 ว่า “สาย” เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้นิสิตแจ้งอาจารย์เป็นรายกรณี
6. การปฏิบัติงานที่ OPD
- 6.1. นิสิตปฏิบัติงานที่ OPD อาคาร ภปร ชั้น 12 เวลา 09.00–12.00 น. ในสัปดาห์ที่ 1 โดยจะได้รับเคสผู้ป่วยให้ศึกษาตั้งแต่การซักประวัติ ตรวจร่างกาย การส่งตรวจ วิเคราะห์สาเหตุของโรค และวางแนวทางการรักษา ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ ยกเว้น ในวันแรกของสัปดาห์ที่ 1 เวลา 10.00-12.00 น. จะให้นิสิตฝึกตรวจร่างกายทางโสต ศอ นาสิกวิทยาก่อน โดยยังไม่มีผู้ป่วย
- 6.2. นิสิตจะได้รับจัดสรรผู้ป่วยให้ในสัดส่วน นิสิต 1-3 คน ต่อผู้ป่วย 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนิสิตประจำหอผู้ป่วยนอก จะนำชื่อผู้ป่วยเข้าในระบบของโรงพยาบาลในรายชื่อนิสิต นิสิตสามารถ log in เข้าระบบของโรงพยาบาล เพื่อทำการบันทึกเวชระเบียนได้
- 6.2.1. ทั้งนี้ กรณีที่นิสิต > 1 คนตรวจผู้ป่วยรายเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะนำชื่อผู้ป่วยเข้าในระบบชื่อของนิสิตเพียงคนเดียว โดยนิสิตจะต้องกรอก ชื่อ, นามสกุล, รหัสนิสิต, หรือเลขประจำตัวอื่น ๆ ของนิสิตทุกคนที่ดูแลผู้ป่วยรายนั้น ในช่อง chief complaint (CC) เพื่อแสดงว่ามีนิสิตคนใดบ้างที่รับผิดชอบผู้ป่วยรายนั้น หรือใช้ในกรณีอาจารย์ต้องการตรวจสอบความถูกต้องหรือให้คะแนนประเมินนิสิตย้อนหลัง
- 6.3. ภายหลังเสร็จสิ้นการเรียนการสอนผู้ป่วย นิสิตต้องให้อาจารย์กดยืนยันและกรอกรหัสของอาจารย์ทุกครั้งในระบบเวชเรียนคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล
- 6.4. การขึ้นปฏิบัติงานหลังเวลา 9.30 น. (หรือ 10.30 น. ในวันแรกของสัปดาห์ที่ 1) จะถูกประเมินในแบบประเมิน CSA form A ว่า “สาย” เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้นิสิตแจ้งอาจารย์เป็นรายกรณี
7. การปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด (OR)
- 7.1. นิสิตควรเตรียมความพร้อมด้านทักษะปลอดเชื้อ เช่น การล้างมือ ใส่ถุงมือ และการเย็บแผล
- 7.2. นิสิตสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์หรือช่วยผ่าตัดตามดุลยพินิจของอาจารย์ และเรียนรู้กระบวนการผ่าตัดรวมถึงกายวิภาคศาสตร์จากสถานการณ์จริง
- 7.3. ให้นิสิตขึ้นเรียนในห้องผ่าตัดกับอาจารย์ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเรียนการสอนนิสิตในห้องผ่าตัด
- 7.4. นิสิตควรขึ้นเรียนให้ตรงเวลา และไม่ควรเลิกเรียนก่อนเวลา ยกเว้น หากนิสิตมีเรียน lecture หรืออื่น ๆ หรือตรงกับเวลาพักกลางวัน นิสิตสามารถแจ้งอาจารย์ได้
- 7.5. นิสิตจะต้องศึกษาผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดในวันนั้น ๆ มาก่อนทุกรายก่อนขึ้นเรียน
8. การเช็คชื่อเข้าร่วมกิจกรรม (Attendance)
- 8.1. นิสิตจะได้รับใบลงชื่อในรูปแบบไฟล์ PDF และต้องขอลายเซ็นอาจารย์ในทุกกิจกรรมการเรียนการสอน กรณีไม่มีอุปกรณ์ (iPad สำหรับให้อาจารย์ลงชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์) นิสิตสามารถขอใบลงชื่อเข้าเรียนแบบกระดาษจากเจ้าหน้าที่ได้
- 8.2. เมื่อสิ้นสุด rotation ให้นำส่งเอกสารผ่าน Google Drive ที่ทางภาควิชาฯ จัดเตรียมไว้
9. การปฏิบัติงานช่วงเช้า (Morning round)
- 9.1. นิสิตไม่ต้องเข้าร่วม morning round ตามสายกับแพทย์ประจำบ้าน
10. การปฏิบัติงานช่วงเย็น (Evening round)
- 10.1. นิสิตต้องเข้าร่วมการ round กับแพทย์ประจำบ้านทุกวัน แบ่งตามสาย โดยมีแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2 เป็นผู้ประสานงาน
11. การฝึกหัตถการ
- 11.1. นิสิตจะเข้ารับการฝึกหัตถการ anterior nasal packing ในหุ่นจำลอง ที่ศูนย์ฝึกทักษะทางคลินิก อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โซน C ชั้น 11 เวลา 13.00-16.00 น. ของวันจันทร์สัปดาห์ที่ 2 (หากตรงกับวันหยุด ตารางอาจมีการเปลี่ยนแปลง) และมีการประเมินผลภายหลังการเรียนในวันนั้นๆ
- 11.2. นิสิตต้องศึกษาขั้นตอนการทำ anterior nasal packing ในคู่มือของภาควิชา มาก่อนขึ้นเรียน
- 11.3. นิสิตจะเข้ารับการฝึกหัตถการ remove foreign body in ear/nose/throat (easy case) ในหุ่นจำลอง ที่ศูนย์ฝึกทักษะทางคลินิก อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โซน C ชั้น 11 เวลา 13.00-16.00 น. ของวันจันทร์หรืออังคารสัปดาห์ที่ 2 (หากตรงกับวันหยุด ตารางอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
12. การเขียนรายงานผู้ป่วย
- 12.1. นิสิตต้องจัดทำรายงานผู้ป่วยจำนวน 1 ราย โดยไม่ใช้เคสซ้ำกัน กรณีที่นิสิตเขียนเคสซ้ำกัน อาจารย์จะพิจารณาลดคะแนนเต็มลงตามสัดส่วนของจำนวนนิสิตที่ใช้เคสซ้ำกัน (กรณีที่เคสผู้ป่วยไม่เพียงพอ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เคสซ้ำกัน ให้นิสิตติดต่อและแจ้งอาจารย์เลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการประจำรายวิชาให้ทราบก่อน) และต้องเขียนตามรูปแบบที่กำหนดในระบบ Doc Q
- 12.2. เคสที่เลือกควรเป็นผู้ป่วยที่ admit และมีการผ่าตัด เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด การผ่าตัด และการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด
- 12.3. กรณีเคสผู้ป่วยที่รับปรึกษาในเวร ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยใน นิสิตสามารถนำมาใช้เขียนรายงานได้ (เฉพาะเคสที่ได้รับปรึกษาจากห้องฉุกเฉินหรือห้องตรวจผู้ป่วยนอก นอกเวลาเท่านั้น กรณีผู้ป่วยที่ได้รับปรึกษาจากต่างแผนก ไม่สามารถนำมาเขียนรายงานได้) แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกเท่านั้น นิสิตไม่สามารถนำมาใช้ในการเขียนรายงานได้
- 12.4. นิสิตควรฝึกซักประวัติ และตรวจร่างกายด้วยตนเองภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำบ้าน หลีกเลี่ยงการคัดลอกประวัติ หรือการตรวจร่างกายจากแพทย์ประจำบ้านหรือเวชระเบียน
- 12.5. ผู้ป่วยรายอื่นในหอผู้ป่วยที่นิสิตไม่ได้ใช้เขียนรายงาน ให้นิสิตแบ่งกันรับผิดชอบและเขียน on-service note ทุกเคส
- 12.6. นิสิตต้องส่งรายงานภายในวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ 2 ไม่เกินเวลา 23.59 น. (นิสิตควรหลีกเลี่ยงการส่งใกล้ระยะครบกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ล่าช้าหรือขัดข้อง) หากส่งเกินกำหนดเวลา นิสิตจะได้รับคะแนนประเมินไม่เกินร้อยละ 50 ของคะแนนรายงาน กรณีที่นิสิตไม่สามารถส่งรายงานในระบบได้ ให้รีบติดต่อคุณเกศแก้ว เจ้าหน้าที่ภาควิชา เพื่อดำเนินการต่อไป
13. การอยู่เวร
- 13.1. นิสิตต้องอยู่เวรสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในช่วงเวลา 16.00–22.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ในวันทำการก่อนวันสอบ หรือหลังวันสอบใด ๆ ให้นิสิตอยู่เวรตามปกติ)
- 13.2. นิสิตสามารถอยู่เวรในบริเวณใดก็ได้ในเขตโรงพยาบาล โดยไม่ต้องนั่งประจำหอผู้ป่วย แต่หากมีการได้รับการติดต่อจากแพทย์ประจำบ้านให้มาศึกษาเคส นิสิตต้องสามารถมาถึงภายในไม่เกิน 15 นาที
- 13.3. กรณีแพทย์ประจำบ้านไม่สามารถตามนิสิตได้ ให้ถือว่านิสิตขาดการปฏิบัติงานอยู่เวรในวันนั้นๆ และต้องมาปฏิบัติงานอยู่เวรทดแทนเพิ่มเติม
- 13.4. กรณีนิสิตมาปฏิบัติงานเกินกว่า 15 นาทีภายหลังจากการได้รับการติดต่อจากแพทย์ประจำบ้าน จะพิจารณาเป็นรายกรณี
- 13.5. นิสิตต้องให้แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2 (เท่านั้น) ลงนามรับรองการอยู่เวรในวันนั้น ๆ โดยต้องลงนามภายในวันที่อยู่เวร (กรณีมีเคส) หรือภายในวันถัดมา (ให้นิสิตแพทย์เป็นผู้ติดต่อแพทย์ประจำบ้านเพื่อขอการลงนาม) โดยนิสิตสามารถติดต่อแพทย์ประจำบ้าน เพื่อขอการลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
- 13.6. นิสิตแพทย์เวรต้องทำตารางเวร และแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อให้แพทย์ประจำบ้านที่อยู่เวรทราบ
14. การลา
- 14.1. ระเบียบการลาให้นิสิตอ้างอิงตามประกาศ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง แนวปฏิบัติในการลาของนิสิตในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต พ.ศ.2569 (เอกสารแนบ 2)
15. การเรียนกับแพทย์ประจำบ้าน
- 15.1. นิสิตต้องเข้าร่วมการเรียนกับแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2 ในหัวข้อ Tracheostomy care และ Emergency conditions in ENT
การประเมินผล
| หัวข้อการประเมิน | คะแนน |
|---|---|
| 1. การประเมินความรู้และทักษะทางปัญญา | |
| 1.1 การสอบข้อเขียน (paper-based exam) ด้วยข้อสอบ MCQs | 50 คะแนน |
| 1.2 การประเมินในสถานการณ์จำลอง (OSCE anterior nasal packing) | 10 คะแนน |
| 2. การประเมินพฤติกรรมในการเรียนและปฏิบัติงาน | |
| 2.1 ความสามารถในการบริบาลผู้ป่วยนอก (CSA form A) | 20 คะแนน |
| 2.2 พฤติกรรมในการเรียนข้างเตียง (bedside teaching - CSA form B1) | 10 คะแนน |
| 3. การประเมินผลงาน | |
| 3.1 งานรายบุคคล การนำเสนอรายงานผู้ป่วยส่งผ่านระบบ DocQ MD (CSA form R) | 10 คะแนน |
| รวม | 100 คะแนน |
ข้อมูลติดต่อของภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
ประธานรายวิชา & หัวหน้าภาควิชา
ศ. พญ.สุพินดา ชูสกุล
เลขานุการรายวิชา
ผศ. พญ.เปรมสุดา สมบุญธรรม
ติดต่อ: ธุรการภาควิชา
ผู้ช่วยเลขานุการรายวิชา
ผศ. พญ.ประภิศพันธุ์ เจริญลักษณ์
ติดต่อ: ธุรการภาควิชา
อาจารย์ผู้ดูแลรายวิชา
อ. พญ.พิมรฎา โพธิพิมพานนท์
ติดต่อ: ธุรการภาควิชา
เจ้าหน้าที่ธุรการภาควิชาฝ่ายปริญญาบัณฑิต (ผู้ดูแลรายวิชา)
น.ส. เกศแก้ว เกตุมณี (พี่เดียร์)
โทร 02-256-4000 ต่อ 61724 หรือเบอร์ 085-886-8364
ภาคผนวก: ข้อตกลงและข้อปฏิบัติร่วมกัน
1. ข้อปฏิบัติบนหอผู้ป่วย
- การแต่งกายยึดตามระเบียบจุฬาฯ ทั้งการเรียนและการดูแลผู้ป่วย งดเว้นการทาเล็บ ไว้เล็บยาว ย้อมผมสีที่ผิดธรรมชาติ เพื่อรักษาสุขอนามัยที่ดี
- ติดป้ายชื่อแสดงตนตลอดเวลา
- สำรวมกิริยาวาจา หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
- สนทนาและตรวจร่างกายด้วยความเคารพ แนะนำตนเองก่อนทุกครั้ง และควรมีบุคคลที่ 3 อยู่ด้วยทุกครั้ง
- ไม่ถ่ายภาพผู้ป่วย ประวัติผู้ป่วย หรือภาพตนเองในหอผู้ป่วย
- ระมัดระวังการกล่าวถึงผู้ป่วยในที่สาธารณะ เช่น ในลิฟต์ หรือโรงอาหาร
- ไม่นำแฟ้มประวัติออกนอกหอผู้ป่วย
- ตรงต่อเวลา
2. ข้อปฏิบัติในห้องผ่าตัด
- เตรียมความพร้อมล่วงหน้า ศึกษาเคสผู้ป่วยและทบทวนความรู้ที่เกี่ยวข้อง
- ปฏิบัติตามหลัก Aseptic technique อย่างเคร่งครัด
- รับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของอาจารย์ แพทย์ประจำบ้าน และพยาบาล
3. ข้อปฏิบัติที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก
- การแต่งกายยึดตามระเบียบจุฬาฯ เช่นเดียวกับข้อปฏิบัติบนหอผู้ป่วย
- ซักประวัติและตรวจร่างกายด้วยความเคารพสิทธิผู้ป่วย
- ห้าม แจ้งผลการตรวจหรือผลชิ้นเนื้อแก่ผู้ป่วยโดยตรง หากไม่มีอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้านอยู่ด้วย
4. ข้อปฏิบัติในการอยู่เวร
ให้อ้างอิงตามข้อปฏิบัติในคู่มือนิสิตด้านบน (ข้อ 13. การอยู่เวร)